อาการปวดเมื่อยร่างกาย
โดยทั่วไปการรักษาอาการเหล่านี้นอกจากการพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว
หลายคนก็ยังนิยมไปใช้บริการนวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด
หรือผ่อนคลายร่างกายให้หายจากความเมื่อยล้าและความเครียด
ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่มีความต้องการใช้บริการนวดมากขึ้น
ความนิยมการนวดไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่ชาวไทย
หากแต่ขยายตัวออกไปในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ดังนั้น “ธุรกิจนวดแผนไทย” จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ
การประกอบธุรกิจนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจของตนเอง
แต่ก่อนที่จะเริ่มต้นลงมือทำ
ผู้ประกอบการควรศึกษาและทำความเข้าใจในธุรกิจนี้ให้ลึกซึ้งเสียก่อน
ผู้ที่สนใจทำธุรกิจนวดแผนไทย
ควรมีศักยภาพและคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้
- มีใจรักในการให้บริการ เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจการให้บริการ
ผู้ประกอบการที่ดีควรมีใจรักในงานด้านนี้ มีความซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจาไพเราะ
และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- มีศีลธรรมและสัมมาอาชีวะ การนวดเป็นการบริการแบบตัวต่อตัว
โอกาสใกล้ชิดสัมผัสร่างกายลูกค้ามีอยู่ตลอดเวลา
ผู้ประกอบการอาชีพนี้จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
โดยเน้นความบริสุทธิ์ใจและศีลธรรมเป็นหลัก
- มีพื้นฐานความรู้ด้านการนวดแผนไทย เพื่อให้เข้าใจธุรกิจนี้
ผู้ประกอบการควรผ่านการอบรมมาบ้างจากสถานที่อบรมที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ
- มีทำเลที่เหมาะสม ทำเลที่ดีของธุรกิจนี้ควรอยู่ในที่มองเห็นได้ง่าย ชัดเจน
และการเดินทางสะดวก
ก่อนเปิดกิจการ “นวดแผนไทย” นั้น
ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้
> กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ
โดยทั่วไปธุรกิจบริการจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
แต่ถ้าขายสินค้าอื่นร่วมด้วยต้องจดทะเบียน โดยสามารถศึกษารายละเอียดขออนุญาตได้ที่
www.ismed.or.th หรือที่ www.thairegistration.com
>
กรมสรรพากร เพื่อดำเนินการทางภาษีการจดทะเบียน และภาษีมูลค่าเพิ่ม
โดยศึกษาจาก www.rd.go.th
> กระทรวงสาธารณสุข
เพื่อจดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ทั้งนี้
หากเป็นการนวดเพื่อบำบัด วินิจฉัยโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ ตาม
พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ผู้ทำการนวดต้องขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
“สาขาการแพทย์แผนไทยหรือเวชกรรมโบราณ” จากคณะกรรมการวิชาชีพก่อน
และต้องดำเนินการในสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตแล้วเท่านั้น
แต่หากเป็นการนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
ผู้ที่ทำการนวดไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตผู้ประกอบการโรคศิลปะ
ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอได้ที่กองการประกอบโรคศิลปะ
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือในต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ
หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
แม้ธุรกิจการนวดจะเป็นอาชีพให้บริการ
แต่ก็เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงเช่นกัน
โดยมีบทลงโทษทางกฎหมายหากผู้นวดกระทำการนวดแบบการรักษาโรค
แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ซึ่งจะมีความผิดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน
30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และแม้จะไม่ได้นวดแต่ขึ้นป้ายโฆษณาว่าเป็นการนวดรักษาโรคโดยไม่มีใบอนุญาตก็มีความผิด
คือมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตามกฎหมายผู้นวดต้องรับผิดชอบ
หากเกิดอันตรายแก่ผู้ถูกนวด ดังนี้
- หากทำให้ผู้อื่นเกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 295 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หากผู้ถูกนวดเป็นอันตรายสาหัส ดังนี้คือ ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด
เสียความสามารถที่ม่านประสาท อวัยวะสืบพันธุ์ ใบหน้า แท้งลูก จิตพิการติดตัว
ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยเรื้อรังตลอดชีวิต หรือไม่สามารถประกอบกิจตามปกติเกินกว่า 20
วัน ต้องโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี
- หากกระทำโดยประมาท เช่น นวดแล้วเกิดอันตรายสาหัส ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หากนวดผู้ป่วยแล้วทำให้เสียชีวิตถือว่ากระทำการโดยประมาท ต้องโทษจำคุกไม่เกิน
10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ทีมา : http://women.sanook.com/work/108jobs/108jobs_26616.php
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น